สถานีชาร์จสาธารณะในไทยปี 2026 ขยายตัวแค่ไหน และวางแผนเดินทางอย่างไร
อัปเดตจำนวนสถานีและหัวชาร์จสาธารณะในไทยจากข้อมูล EVAT พร้อมแนวทางวางแผนการชาร์จสำหรับการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ

เมื่อจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คำถามที่ผู้ซื้อหลายท่านให้ความสำคัญคือ เครือข่ายสถานีชาร์จสาธารณะพร้อมรองรับมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด ข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2026 ช่วยให้เห็นภาพทั้งความก้าวหน้าและข้อจำกัดที่ควรเตรียมรับมือ
ตัวเลขล่าสุดของเครือข่ายชาร์จ
ตามข้อมูลของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ เดือนเมษายน 2026 ที่ The Nation อ้างถึง ประเทศไทยมีสถานีชาร์จสาธารณะ 4,817 แห่ง รวม 14,486 หัวชาร์จ แบ่งเป็น
- หัวชาร์จเร็วแบบ DC จำนวน 9,049 หัว
- หัวชาร์จแบบ AC จำนวน 5,437 หัว
สัดส่วนหัวชาร์จ DC ที่สูงกว่า AC สะท้อนว่าผู้ให้บริการเน้นการชาร์จเร็วตามจุดพักรถ ปั๊มน้ำมัน และห้างสรรพสินค้า ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางระหว่างเมืองที่ต้องการเติมพลังงานในเวลาไม่นาน
ความท้าทายที่ยังต้องติดตาม
ttb analytics ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2025 ไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ประมาณ 23 คันต่อหนึ่งจุดชาร์จ ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) แนะนำระดับที่เหมาะสมไว้ราว 10–15 คัน ในช่วงสามปีที่ผ่านมา จำนวนจุดชาร์จเติบโตราว 20% ต่อปี ช้ากว่าการเติบโตของยอดจดทะเบียนที่ราว 25% ต่อปี นอกจากนี้ จุดชาร์จเกือบครึ่งหนึ่งยังกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ผู้ใช้ในต่างจังหวัดหรือผู้ที่เดินทางไกลควรวางแผนล่วงหน้ามากกว่าผู้ใช้ในเมือง
แนวทางวางแผนการชาร์จระหว่างเดินทาง
- ใช้แอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง สถานะว่าง และกำลังไฟของหัวชาร์จก่อนออกเดินทาง และควรสมัครสมาชิกไว้หลายเครือข่าย
- เผื่อระยะทางสำรอง วางแผนให้ถึงจุดชาร์จถัดไปโดยมีแบตเตอรี่เหลือพอสมควร ไม่ควรปล่อยให้ใกล้หมด
- ชาร์จถึงระดับที่เหมาะสม การชาร์จเร็ว DC มักเร็วที่สุดในช่วงแบตเตอรี่ระดับกลาง การชาร์จต่อจนเต็มมักใช้เวลานานขึ้นมาก
- เลือกช่วงเวลา หลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวในจุดที่มีผู้ใช้หนาแน่น หรือเตรียมจุดชาร์จสำรองไว้
มารยาทและความปลอดภัยที่สถานีชาร์จ
เมื่อผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนมากขึ้น การใช้สถานีชาร์จร่วมกันอย่างมีมารยาทจะช่วยให้ทุกคนได้รับความสะดวก เช่น ย้ายรถออกจากช่องชาร์จทันทีเมื่อชาร์จถึงระดับที่ต้องการ ไม่จอดรถในช่องชาร์จโดยไม่ได้ชาร์จ ตรวจสอบสภาพหัวชาร์จและสายก่อนเสียบทุกครั้ง และแจ้งผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันหากพบอุปกรณ์ชำรุด นอกจากนี้ ควรเก็บสายชาร์จแบบพกพาที่มากับรถไว้ในรถเสมอ เพื่อใช้ในกรณีจำเป็น
การชาร์จที่บ้านยังเป็นฐานหลัก
แม้เครือข่ายสาธารณะจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่สำหรับการใช้งานประจำวัน การชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานยังเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุด สถานีชาร์จสาธารณะจึงเหมาะเป็นตัวเสริมสำหรับการเดินทางไกล ผู้ใช้ในพื้นที่อยุธยาซึ่งอยู่บนเส้นทางหลักสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถวางแผนการเดินทางได้ไม่ยากหากเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า
หากท่านกำลังพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ ทีมงาน Motor Creation พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นกลาง ตั้งแต่การเลือกรุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน การวางแผนการชาร์จ ไปจนถึงบริการหลังการขาย พร้อมเชิญทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าจาก Deepal, Geely, Riddara และ Farizon ได้ที่โชว์รูมของเราในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา
ที่มา: The Nation (ข้อมูล EVAT), Thai PBS (ttb analytics) · เรียบเรียงโดยทีมงาน Motor Creation



ช่องทางออนไลน์
เลือกแพลตฟอร์ม แล้วเลือกช่องที่ต้องการติดตาม