มาตรการ EV 3.5 ปี 2026 เงินอุดหนุนเท่าไร และผู้ซื้อได้ประโยชน์อย่างไร
ทำความเข้าใจมาตรการ EV 3.5 ช่วงปีที่สามถึงสี่ ทั้งเงินอุดหนุนตามขนาดแบตเตอรี่ การลดภาษีสรรพสามิต และเงื่อนไขการผลิตชดเชยที่ส่งผลต่อตลาด

มาตรการ EV 3.5 เป็นแพ็กเกจส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐที่ต่อยอดจาก EV 3.0 โดยมีผลตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2027 รวมระยะเวลาสี่ปี ปี 2026 ถือเป็นปีที่สามของมาตรการ ซึ่งอัตราเงินอุดหนุนปรับลดลงตามขั้นที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจึงควรเข้าใจโครงสร้างของมาตรการ เพื่อประเมินจังหวะการซื้อได้อย่างเหมาะสม
เงินอุดหนุนแบ่งตามขนาดแบตเตอรี่และปีที่จำหน่าย
ตามรายละเอียดที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติประกาศและกรุงเทพธุรกิจรายงานไว้ รถยนต์นั่งไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทจะได้รับเงินอุดหนุนแตกต่างกันตามความจุแบตเตอรี่ ดังนี้
- แบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป ปีแรก 100,000 บาท ปีที่สอง 75,000 บาท และปีที่สามถึงสี่ 50,000 บาทต่อคัน
- แบตเตอรี่ต่ำกว่า 50 kWh ปีแรก 50,000 บาท ปีที่สอง 35,000 บาท และปีที่สามถึงสี่ 25,000 บาทต่อคัน
- กระบะไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทและแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ได้รับ 100,000 บาทต่อคันตลอดสี่ปี เฉพาะรถที่ผลิตในประเทศ
- จักรยานยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 150,000 บาท แบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ได้รับ 10,000 บาทต่อคัน เฉพาะรถที่ผลิตในประเทศ
ดังนั้น ในปี 2026 และ 2027 รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมมาตรการจะได้รับเงินอุดหนุนในอัตราเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปผู้ผลิตจะสะท้อนสิทธิประโยชน์นี้ไว้ในราคาจำหน่ายแล้ว
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยังคงอยู่
นอกจากเงินอุดหนุนโดยตรง มาตรการยังลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือ 2% สำหรับรถราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ส่วนการลดอากรขาเข้าสำหรับรถนำเข้าทั้งคันสูงสุด 40% นั้นใช้เฉพาะสองปีแรกคือ 2024–2025 ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในไทยจึงมีสัดส่วนการผลิตในประเทศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เงื่อนไขการผลิตชดเชยและผลต่อตลาด
ผู้ผลิตที่เข้าร่วมมาตรการต้องผลิตรถในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้า โดยในปี 2026 กำหนดอัตราผลิต 2 คันต่อการนำเข้า 1 คัน และเพิ่มเป็น 3 ต่อ 1 ในปี 2027 ข้อกำหนดนี้ทำให้หลายแบรนด์ลงทุนตั้งโรงงานหรือว่าจ้างผลิตในไทย ส่งผลให้ ttb analytics คาดว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในประเทศปีนี้จะเพิ่มเป็นราว 100,000 คัน จาก 70,000 คันในปีก่อน สำหรับผู้ซื้อ นี่หมายถึงความพร้อมของอะไหล่และบริการหลังการขายที่ดีขึ้นในระยะยาว
ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจ
เงื่อนไขเชิงลึกของมาตรการ เช่น กำหนดเวลาการจำหน่ายและจดทะเบียน อาจมีการทบทวนโดยหน่วยงานรัฐ ผู้ซื้อจึงควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายว่ารุ่นที่สนใจอยู่ภายใต้มาตรการหรือไม่ และราคาที่เสนอรวมสิทธิประโยชน์ใดไว้แล้วบ้าง พร้อมเปรียบเทียบความจุแบตเตอรี่กับระยะทางที่ใช้งานจริง เพราะรถที่แบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh นอกจากได้รับสิทธิ์สูงกว่าแล้ว ยังมักมีระยะทางต่อการชาร์จที่ยาวกว่าด้วย
หากท่านกำลังพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ ทีมงาน Motor Creation พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นกลาง ตั้งแต่การเลือกรุ่นที่เหมาะกับการใช้งาน การวางแผนการชาร์จ ไปจนถึงบริการหลังการขาย พร้อมเชิญทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าจาก Deepal, Geely, Riddara และ Farizon ได้ที่โชว์รูมของเราในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, Thai PBS · เรียบเรียงโดยทีมงาน Motor Creation



ช่องทางออนไลน์
เลือกแพลตฟอร์ม แล้วเลือกช่องที่ต้องการติดตาม